ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ละครเพลงเรื่องยิ่งใหญ่ จากวรรณกรรมมรดกโลก"ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์" Butterlfy Lovers




"ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์"

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ต.ค. 2016 ได้มีโอกาศไปชมละครเพลง "ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์" ที่โรงละครเอ็มเทียเตอร์ เนื้อเรื่องสนุก เป็นเรื่องของความรัก และพรหมลิขิตซึ่งจากที่เคยอ่านมาและดูมาหลายๆเรื่องก็รู้สึกได้ถึงความรักทั้งสมหวังและไม่สมหวังคล้ายๆกัน แต่ที่เรายังอ่านอยู่ได้ก็เพราะอรรรสที่เราได้ และบรรยากาศประเพณีวัฒนธรรม มันทำให้เกิดความแตกต่างและรสชาติที่แปลกใหม่ เช่นเดียวกันเรื่องนี้เป็นเรื่องของชาวจีน ทำให้คนไทยอย่างเรายังคงตื่นตา และซาบซึ้งไปกับความรักของหนุ่มสาวชาวจีนคู่นี้ได้

ยิ่งได้ทราบว่าถูกเข้าในผิดและโดนลงโทษให้มาเกิดในเมืองมนุษย์ก็ยิ่งเพิ่มรสชาติในการรับชมเรื่องราวละครเพลง และยังมีมุขตลกให้ได้ขบขันกันเรื่อยๆ ทำให้ไม่เบื่อ ไม่หลับ บทเพลงไพเราะ และนักแสดงก็แสดงกันได้ดี บทซึ้ง บทเศร้าของพระเอกนางเอกทำเราเศร้าตามไปด้วย อิน..

เหลืออีกแค่ไม่กี่รอบแล้ว ใครยังไม่ได้ไปดูหากมีเวลาว่างอยากให้ไปดูกัน เพราะเกินความคาดหมายจริงๆ




ข้อความประชาสัมพันธ์
ละครเพลง "ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์" ดัดแปลงจากวรรณกรรมพื้นบ้านเก่าแก่ของจีนในสมัยราชวงศ์จิ้น ตะวันออก ที่มีการบันทึกเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไว้ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง อันเป็นตำนานรักของ เหลียงซันป๋อ และ จู้ยิงไถ เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “เหลียง จู้” (Liang-Zhu) หรือ Butterlfy Lovers หนึ่งในสุดยอดวรรณกรรมอมตะของจีน นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมนุษยชาติ (Masterpieces of the Oral and Intangible Heritage of Humanity).

ด้วยเนื้อหาอันซาบซึ้งจับใจและสนุกสนานน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการนำไปสร้างเป็นผลงานการแสดงต่างๆมากมาย ทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ที่หลายท่านคงเคยได้ชม และประทับใจกับความรักอันยิ่งใหญ่ของทั้งคู่ ที่ทอดกายตายเคียงข้างกันในหลุมศพหลังจากความรักได้ถูกขีดกั้นไว้ด้วยประเพณี และได้กลายเป็นผีเสื้อบินคลอเคลียไปด้วยกันอย่างเสรี  

อย่างไรก็ตาม ผลงานการแสดงจากตำนานรัก "เหลียง จู้” โดยส่วนใหญ่จะกล่าวถึงเฉพาะเรื่องบนโลกมนุษย์เพียงเท่านั้น หากแต่ในละครเพลงเรื่องนี้ จะเล่าถึงเรื่องราวอันเป็นปฐมเหตุแห่งตำนานรัก ตั้งแต่บนสรวงสวรรค์ จึงให้ชื่อเรื่องว่า "ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์"

บทละครและเพลงทั้งหมดในละครเพลง "ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์" ประพันธ์โดย อาจารย์สุรุจ ทิพากรเสนี ผู้ที่ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมไว้อย่างมาก จากการประพันธ์บทละคร และบทเพลงจากละครเรื่อง "ซูลีไทเฮา เดอะมิวสิคัล" ที่ได้รับการกล่าวขานว่าไพเราะซาบซึ้งที่สุดเรื่องหนึ่ง

ทั้งนี้ นับเป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาร่วมแสดง ในบท "พระมหาเทวีสวรรค์" (Queen Mother of the West) ผู้เป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง

นำแสดงโดย 
กัญภัส ศรีณรงค์ (ป่าน Vie Trio) และ ณัฏฐ์  ทิวไผ่งาม  ร่วมด้วยนักแสดงฝีมือเยี่ยมอีกคับคั่ง
ประพันธ์บทละคร คำร้อง และทำนอง โดย
อาจารย์สุรุจ ทิพากรเสนี
ศิลปินศิลปาธร ผศ.ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ กำกับดนตรี
กำกับลีลาโดย มนัสชัย บุญชังและกำกับการแสดงโดย เกรียงศักดิ์ ศิลากอง
อำนวยการสร้างโดยบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น และ The Musicals Society of Bangkok

"ม่านประเพณี ประกาศิตอาญาสวรรค์" เปิดการแสดง ๑๕ รอบ
ณ โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ระหว่างวันที่ ๒๙ กันยายน - ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ (พฤหัสบดี - อาทิตย์)
พฤหัสบดี และ ศุกร์ เวลา ๑๙.๓๐น.
เสาร์ เวลา ๑๔.๐๐น. และ ๑๙.๓๐น.
อาทิตย์ เวลา ๑๔.๐๐น.

บัตรราคา ๕๐๐๐  ๔๐๐๐  ๓๕๐๐  ๓๐๐๐  ๒๕๐๐  ๒๐๐๐  และ ๑๕๐๐ บาท
สอบถามรายละเอียดและติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/ButterflyLoversTheMusical
สำรองที่นั่งได้ทาง www.thaiticketmajor.com
หรือที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หนังสือ บ๊อบแมวเตะฝันข้างถนน A street cat named Bob Book

"A street cat named Bob"
หนังสือน่าอ่าน เรื่องจริงของแมวกับหนุ่มเร่ร่อนที่ได้มาเจอกันโดยบังเอิญ แต่ลึกๆแล้วพวกเค้าคงคิดว่ามันพิเศษกว่านั้น
เจมส์ โบเวน ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ชีวิตอันเหลวแหลกไม่น่าพิศมัย จนได้มาเจอกับแมวจรจัดสีส้ม และเค้าตั้งชื่อมันว่าบ๊อบ ตั้งแต่บ๊อบเข้ามาในชีวิตของเจมส์ ทำให้เจมส์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งจากที่ไม่มีใครสนใจหรือเห็นเค้ามีตัวตนมาก่อน
ที่ว่ามีตัวตนขึ้นมา ไม่ใช่ว่ามาจากคนที่เข้ามาดูแมวของเขา แต่มาจากการมองตัวเองของเจมส์ ที่เจมส์ระลึกได้ว่าต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการใช้ชีวิต เพื่อดูแลบ๊อบให้ดี โดยเริ่มตั้งแต่เข้าโปรแกรมเลิกยา หางานทำใหม่ และที่สำคัญเขาดูแลบ๊อบดีมาก คอยสังเกตุพฤติกรรม ใส่ใจความรู้สึกของบ๊อบ เข้าห้องสมุดชุมชนเพื่อหาข้อมูลการเลี้ยงแมว เข้าคลีนิกหาสัตวแพทย์ทั้งๆที่ก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่สำหรับเจมส์ เขาว่ามันคุ้มค่าที่จะจ่ายเพื่อบ๊อบ 
เห็นความรักความทุ่มเทอย่างนี้แล้ว ไม่แปลกเลยที่บ๊อบเองก็คงจะรักเจมส์เช่นกันเพียงแต่มันพูดออกมาไม่ได้ แต่จะสำคัญอะไรล่ะ ในเมื่อทุกๆ วันบ๊อบก็อยู่เคียงข้างกับเจมส์เสมอ
บ๊อบแมวแสนฉลาด กลายมาเป็นที่รักของเจ…

“กามนิต วาสิฏฐี” หนึ่งในร้อยเล่มหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน Der Pilger Kamanita

ความรู้สึกที่มีต่อวรรณกรรมชิ้นนี้“กามนิต วาสิฏฐี”วรรณกรรมเรื่องนี้เป็นหนึ่งในร้อยเล่มหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน สำหรับข้าพเจ้าแล้วเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อได้อ่านก็รู้สึกสัมผัสได้ถึงความสวยงามของภาษาไทย และบทบรรยายที่ยากจะหาได้จากวรรณกรรมเรื่องอื่นๆ เพราะอย่างหนึ่ง วรรณกรรมชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา แต่ผู้ที่แต่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นผู้ที่เกิดในดินแดนของพุทธศาสนา แต่ด้วยเนื้อเรื่องกลับทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกทึ่งในความฉลาดปราดเปรื่องที่ผู้แต่งสามารถอ้างอิงบุคคล และสถานที่ได้อย่างสมจริงสมจัง อีกทั้งยังผูกโยงเรื่องความรัก ความเศร้าโศกอาลัยอาวร และความปลื้มปิติในการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดอันเป็นแก่นสารสำคัญตามความเชื่อของศาสนาพุทธเอาไว้ได้อย่างลงตัว  ในส่วนของผู้แปลซึ่งก็ได้แปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษนั้นก็สามารถที่จะเลือกสรรถ้อยคำ อุปมา อุปไมยมาใช้ได้อย่างลงตัว เพราะมีทั้งความไพเราะและความหมายที่ลึกซื้งชัดเจน เห็นได้ชัดว่าผู้แปลมีความรู้ทางด้านภาษาสูงมาก และยังมีความพยายามในการแปลด้วยการค้นคว้าหาข้อมูลมาเป็นอย่างดีกว่าจะได้เป็นผลงานแปลชิ้นนี้ โดยรู้ได้จากที่ผู้แปลได้อธิบายไว้ทั้งในคำนำ…

"รามายณะ" หนึ่งในวรรณคดีเก่าแก่ของโลกที่ควรค่าแก่การอ่าน Ramayana Story

หนังสือดีจึงอยากแนะนำ เล่มนี้อ่านจบเป็นลำดับท้ายสุดจากกองหนังสือที่ซื้อมาพร้อมๆกัน แต่จะขอเขียนถึงเป็นเล่มแรกเพราะประทับใจในเนื้อหาและการเรียบเรียงที่ผู้เขียนส่งต่อมาถึงผู้อ่าน  โดยกลั่นกรองเรื่องราวของวรรณคดีที่เก่าแก่มากเรื่องนึงของโลกมาถ่ายทอดเป็นเรื่องเล่าอ่านเข้าใจง่าย และเมื่ออ่านจนจบเรื่องแล้ว พบว่าเนื้อเรื่องสนุก และเปิดโลกทัศน์ต่อความเชื่อของชาวฮินดูที่ว่าท้ายที่สุดแล้วก็ต้องการปฏิบัติตนให้ถึงซึ่ง"โมกษะ" หรือความหลุดพ้นเช่นเดียวกับเราชาวพุทธ แต่เพียงเส้นทางปฏิบัติอาจแตกต่างกัน ฮินดูถือเป็นศาสนาความเชื่อที่เก่าแก่มากนับพันๆปีและคัมภีร์พระเวทก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้เราได้พบกับพระพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะได้ออกบวชเพื่อค้นเจอหลักธรรมะสู่นิพพานและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็ได้ทรงเล่าเรียนคัมภีร์พระเวทมาก่อนและเพียรปฏิบัติจนค้นพบแนวทางของพระองค์เอง จนเราชาวโลกและชาวพุทธได้ธรรมะของพระองค์มาจนถึงปัจจุบันนี้
📚เมื่อก่อนที่จะได้หนังสือเล่มนี้มาอ่าน ไม่ค่อยเข้าใจในฮินดูมากเท่าที่ควรจากที่เคยสัมผัสจากสังคมรอบๆตัวหลายคนนับถือเทพตา…